นาเนีย บิวตี้

รายละเอียดสินค้า

Nb-057 Narnia Vitamin C 1000 mg. เพื่อสุขภาพร่างกายที่สดชื่น แข็งแรง พร้อมต่อต้านอนุมูลอิสระตัวการทำร้ายผิว ผิวสวยสุขภาพดีด้วย Vitamin C
 
รหัสสินค้า : Nb-057
ยี่ห้อ :
รุ่น :
สภาพสินค้า : สินค้ามือใหม่
Links : คลิกลิงค์ที่เกี่ยวข้อง
ราคา :390.00 BHD
ราคาปกติ : 550.00 BHD
Add to Cart Share with Friends สอบถามเกี่ยวกับสินค้า
รายละเอียดสินค้า :

 Narnia Vitamin C 1000 mg. Capsule

เราขอนำเสนอผลิตภัณฑ์นำเข้าจากอเมริกา วิตามินซีในรูป Ascobic acid ทีมีการผลิต

ที่ได้มาตรฐานจากอเมริกา การบรรจุที่มิดชิด เพื่อคงคุณค่าของวิตามินซีเต็มเปี่ยม เพื่อผล

ของการดูดซึม และ ออกฤทธิ์สูงสุด

มีจำนวน 30 เม็ดต่อ 1 กระปุก

 

ขนาดการรับประทานต่อวัน

แนะนำให้รับประทานเป็นประจำต่อเนื่องในกลุ่มผู้ที่เป็นหวัด ติดเชื้อง่าย ภูมิแพ้เรื้อรังผู้ที่สูบบุหรี่ หรือ ดื่มแอลกอฮอล์ การเผชิญมลพิษ และมลภาวะ ผู้ที่ไม่ชอบการรับประทานผักและผลไม้ ผิวพรรณหยาบกร้านหมองคล้ำ คนที่นอนดึกเป็นประจำ พักผ่อนไม่เพียงพอผู้สูงอายุ หญิงมีครรภ์ หญิงให้นมบุตร ผู้ป่วยช่วงพักฟื้น และ ผู้ป่วยโรคโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก ขนาดรับประทาน รับประทานวันละ 1000-2000 มก. หรือ ถ้าจะเทียบต่อน้ำหนักตัวควรรับประทานวิตามินซีอย่างน้อยวันละ 15 กก. ต่อน้ำหนักตัว 1 กก.

การรับประทาน

ทานเป็นประจำทุกวัน วันละ 1 แคปซูลหลังอาหารทันที และ ดื่มน้ำตามมาก ๆ(ห้ามรับประทานขณะท้องว่างเพราะอาจเกิดกรดกัดกระเพาะอาหารได้)

ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับวิตามินซี

แหล่งที่มาวิตามินซี เป็นสารอาหารที่สำคัญต่อร่างกาย เนื่องจากร่างกายไม่สามารถสังเคราะห์เองได้ ต้องบิรโภคเข้าไปเท่านั้น สามารถละลายน้ำได้ จะพบอยู่ทั่วไปในเซลล์ต่าง ๆ ของร่างกายรวมถึงในเลือด และเม็ดเลือดขาว วิตามินซี พบมากในผัก ผลไม้สด สตอเบอรี่ วิตามินซีธรรมชาติจะสลายตัวได้ง่ายหากเก็บมาจากต้นนานๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง  ถ้านำมาแปรรูปจะยิ่งสูญเสียวิตามินไปมากมาย หรือ แทบไม่มีเหลือเลย

ประโยชน์ของวิตามินซี

1. ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับโรคภูมิแพ้ โรคหวัด ติดเชื้อง่าย วิตามินซีจะช่วยกระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดขาวและ แอนตี้บอดี้ เพิ่มภูมิคุ้มกัน ต้านทานการแพ้จากธรรมชาติ

2. มีหน้าที่หลักคือการสร้าง Collagen ในกระดูก เนื้อเยื่อ หลอดเลือดหรือ กล้ามเนื้อต่าง ๆ และช่วยในการดูดซึมเหล็ก ส่งผลโดยตรงต่อร่างกาย และ ผิวพรรณให้ดูดีขึ้น เกรนผิวจะละเอียดขึ้น ไม่หยาบกร้าน และ ดูมีน้ำมีนวลมากขึ้น

3. ผู้ที่มีอายุมากขึ้น เครียด อยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีมลพิษ วิตามินซีจะช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระสาเหตุการเสื้อมของเซลล์ และ อวัยวะต่าง ๆ เช่น ต้อกระจก หลอดเลือดอุดตัน โรคไขข้อ ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ รวมถึงโรคมะเร็ง

4. วิตามินซี เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการสร้างเนื้อเยื่อ กระดูกและฟัน และมีส่วนสำคัญต่อการสังเคราะห์โปรตีน คอลลาเจน ซึ่งทำหน้าที่ยึดเซลลด์ของร่างกายไว้ด้วยกัน จึงช่วยให้ผิวพรรณมีความหยืดหยุ่นและเกิดความกระชับ ป้องกันการฉีกขาดของเส้นเลือดฝอย ป้องกันการเกิดเส้นเลือดขอด ช่วยในการหายของแผล บำรุงรักษาเหงือก ฟัน และ กระดูกให้แข็งแรง

5. ผู้ที่เป็นหมัน

6. รักษาโรคลักปิดลักเปิด หรือ เลือดออกตามไรฟัน

7. ช่วยในการดูดซึมธาตุเหล็กในลำไส้ รักษาโรคโลหิตจาง

8. ขัดขวางอาการแทรกซ้อนในผู้ป่วยโรคเบาหวาน

9. ลดโคเลสเตอรอ

 

ปริมาณที่ควรได้รับในแต่ละวัน

คนที่มีร่างกายปกติ ประมาณ 75-150 มก.

เด็กอายุต่ำกว่า 10 ปี ควรได้รับวันละ 50-100 มก.

เด็กอายุ 10 ปีขึ้นไป และ ผู้ใหญ่ ควรได้รับอย่างน้อยวันละ 250-1000 มก.

ผู้ที่ต้องการวิตามินซีสูงกว่ามาตรฐาน ได้แก่ ผู้ที่เป็นหวัด ติดเชื้อง่าย ภูมิแพ้เรื้อรัง ผู้ที่สูบบุหรี่หรือดื่มแอลกอฮอล์ การเผชิญมลพิษ มลภาวะ คนที่นอนดึกเป็นประจำ พักผ่อนไม่เพียงพอผู้สูงอายุ หญิงมีครรภ์ หญิงให้นมบุตร ผู้ป่วยช่วงพักฟื้น และ ผู้ป่วยโรคโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก ขนาดรับประทานวันละ 1000-2000 มก. หรือ ถ้าจะเทียบต่อน้ำหนักตัว ควรรับประทานวิตามินซีอย่างน้อยวันละ 15 กก. ต่อน้ำหนักตัว 1 กก.

 

การได้รับในขนาดสูงเกินไป

ถ้าได้รับวิตามินซีขนาดสูงกว่า 2 กรัมต่อวัน จะเพิ่มความเสี่ยงต่อนิ่วในไตมากขึ้น เพราะร่างกายจะกำจัดวิตามินซีออกไปได้น้อยกว่าปกติ และในคนที่มีภาวะพร่องเอนไซม์ เกาท์ ตับแข็ง และผู้ที่มีประวัติเกิดนิ่วในไต ควรระวังในการกินวิตามินซีที่มากเกินไปด้วย

Vitamin C ในรูปแบบต่าง ๆ กัน กินแล้วจะต่างกันแค่ไหน

วิตามินซีพบได้ในธรรมชาติ จากอาหาร และ ผลไม้หลายชนิด โดยไม่ว่าจะเป็นวิตามินซีจากธรรมชาติ หรือจากการสังเคราะห์ ก็จะไม่ให้ผลแตกต่างกันในการรักษาแต่อย่างใด หากเพียงแต่การรับประทานจากผักผลไม้จะมีความยุ่งยากมากกว่านั่นเอง เนื่องจากในท้องตลาด กลไลตลาดที่ต้องผ่านการขนส่งและตัวกลางหลายทอด ทำให้คุณค่าของวิตามินซีเสื่อมสบายลงไป หรือแทบไม่มีเลยก็ว่าได้ ในปัจจุบันวิตามินซี ในรูปแบบอาหารเสริมจึงเป็นที่นิยมมากกว่า มีรูปแบบที่วางขายในท้องตลาดมากมาย เช่น ascorbic acid (วิตามินซีปกติ)  Vitamin C จากธรรมชาติ แบบเกลือ ascorbateแบบ buffer และ แบบผสม bioflavonoid โดยมากแล้วผู้ผลิต วิตามินในรุปแบบที่ไม่ใช่ ascorbic acid ตามปกติ มักจะอ้างว่ารูปอื่น ๆ ของเขาออกฤทธิ์ได้ดีกว่า หรือ มีการดูดซึมที่ดีกว่าแบบปกติ ในความจริงแล้วมันจะเป็นอย่างนั้นหรือไม่ เรามาดูกันทีละตัว

1. Vitamin C จากการสังเคราะห์ vs. จากสารสกัดธรรมชาติ

ไม่ว่าจะได้มาจากการสังเคราะห์ หรือ จะมาจากสารสกัดธรรมชาติ โครงสร้างทางเคมีของ Vitamin Cทั้ง 2 ก็คือตัว adcorbic acid เหมือน ๆ กัน จากงานศึกษาวิจัย ไม่พบว่ามีความแตกต่างทั้งในเรื่องของbioactivity และ bioavailability รวมทั้งเรื่องสารตกค้าง ซึ่งไม่เคยมีรายงานวิจัยชิ้นไหนที่สามารถชี้ได้ว่าการกินของสังเคราะห์แล้วจะทำให้เกิดสารตกค้างมากกว่าสารธรรมชาติ

2. Vitamin C ในรูปแบบยาต่างๆ เช่น ยาเม็ด แบบผง แบบยาออกฤทธิ์นาน และ แบบเคี้ยว

การดูดซึมของ vitamin C จะใช้ระบบที่เรียกว่า active transport (มีตัวพาเข้าสู่กระแสเลือด) และ passivetranspotr (อาศัยการแพร่เข้าสู่กระแสเลือด) ถ้าระดับความเข้มข้นของวิตามนิซีน้อย ๆ จะใช้แบบ activetranspotr จะอิ่มตัวแล้วหันไปใช้แบบ passive แทน ในทางทฤษฎีแล้ว การที่กินวิตามินซีให้มีระดับความเข้มข้นน้อย ๆ จึงน่าจะทำให้ร่างกายดูดซึมได้มากกว่า แต่ในทางปฏิบัติแล้ว ไม่ว่าวิตามินซีจะอยู่ในรูปแบบยาไหน ๆ ทั้งจะเป็นผล เป็นเม็ด ยาเคี้ยว หรือ แบบออกฤทธิ์นาน ก็ให้ผลการดูดซึมที่เท่า ๆ กัน

3. Vitamin C ในรูปแบบเกลือต่าง ๆ

การที่เราทำวิตามินซีเป็นรูปแบบเกลือ เพื่อลดความเป็นกรดของตัว ascorbic acid โดยทำให้อยู่ในรูปที่เป็นกลางมากขึ้น ที่นิยมใช้ได้แก่ sodium ascotbate และ calcium ascorbate (เกลืออื่น ๆ เช่น Zincpotassium,magnesium) การทำให้อยู่ในรูปเกลือนี้ มีผลดีที่ลดความเป็นกรดของวิตามินซี และช่วยลดผลข้างเคียงบางอย่าง เช่น อาการปวดท้อง หรือ ท้องเสีย ที่เกิดจากการกินแบบ ascorbic acid ได้บ้าง(งานวิจัยบางอันก็ไม่ชี้ว่าจะเป็นประโยชน์เท่าไรนัก) โดยไม่มีความแตกต่างในด้านของการดูดซึมทั้งนี้ควรนึกไว้เสมอว่า เมื่อเรากินวิตามินซีเข้าไป เราก็จะได้เกลืออื่น ๆ เข้าไปด้วย ที่ควรระวังคือในกรณีของ sodium ascorbate ซึ่งนอกจากจะได้ วิตามินซีแล้วยังได้รับโซเดียมเข้าไปด้วย (โดยปกติยาเม็ด1000 มก. จะมีโซเดียม 111 มก. บวกกับ ascorbic acid 889 มก.)

ดังนั้นในคนที่มีปัญหาต้องจำกันด โซเดียม เช่น ในคนที่เป็นความดันโลหิตสูง ควรระมัดระวังในการใช้ sodium ascorbate ในปริมาณที่สูง ๆ

4. Vitamin C แบบ ester ( Ester-C)

ส่วนประกอบหลักเป็น calcium ascorbate  และมีสารอื่น ๆ ผสมอยู่ด้วยทางบริษัทผู้ผลิตอ้างว่า estes-c มี bioavailability มากกว่า วิตามินซีแบบปกติ พร้อมทั้งมีการทดลองอ้างอิงไว้ด้วย แต่การทดลองที่ว่านั้นไม่เคยได้รับการตีพิมพ์ที่ไหนเลย และไม่เคยได้รับการพิสูจน์จากผู้เชี่ยวชาญแม้แต่น้อย ในขณะที่การทดลองที่ได้รับการตีพิมพ์กลับไม่พบว่ามันมีความแตกต่างกัน

5. Vitamin C แบบ buffer

วิตามินซีในแบบ buffer ก็คือการเอา ascorbic acid มาผสมกับ วิตามนิซี ในรูปเกลือ นั่นคือ ในยา 1 เม็ดจะมีทั้ง ascorbic Acid + sodium ascorbate + calcium ascorbate ฯลฯทั้งนี้เป็นแค่ความเชื่อที่ว่า หากวิตามินซีไม่ได้อยู่ในรูปกรด จะมีการดูดซึมที่ดีกว่า แต่ในความเป็นจริงแล้วไม่เคยมีใครพิสูจน์ได้จริงว่าเหตุการณ์นั้นจะเป็นจริง และจุดประสงค์ของการทำวิตามินซี ให้อยู่ในรูปเกลือก็ไม่ได้ทำเพื่อช่วยในการดูดซึมแต่อย่างใด โดยการใส่ไปหลาย ๆ ตัวไม่เห็นประโยชน์อันใดเลยเหตุผลเดียวที่พอจะให้ได้คือ เอาไว้หลอกเงินให้มากขึ้นเท่านั้นเอง

6. Vitamin C ผสม bioflavonoid

เคยมีการศึกษาวิจัย 2 ชิ้น ที่กล่าวถึงผลของการที่ bioflavonoid จะส่งผลต่อ biovailability ของวิตามนิซีการทดลองหนึ่งให้ผลว่าช่วยได้เล็กน้อยดังนั้นไม่ว่าจะเป็น วิตามินซีในรูปแบบไหน ๆ ก็ไม่ได้ส่งผลแตกต่างจากการกินวิตามินซี แบบปกติราคาถูก ๆ แต่สิ่งที่ทำให้แตกต่างกันคือ การตลาดของบริษัทผู้ผลิต ที่พยายามจะอวดอ้างว่าสินค้าของเขามีประโยชน์มากกว่า ทั้ง ๆ ที่จริง ๆ แล้วก็เท่ากัน เพื่อที่จะทำให้สินค้าของเขาดูเหมือนจะมีคุณค่ามากกว่า จะได้ขายในราคาสูงกว่าวิตามินซีแบบราคาถูก ๆ เท่านั้น

สิ่งที่ต้องระวัง และ พึงระลึกเสมอในการเลือกซื้อวิตามินซี มารับประทาน คือ

ต้องตรวจสอบว่าตัวเอง อยู่ในภาวะขาดหรือไม่ จากเงื่อนไขนี้ อาจจะทานขนาด 250-2000 มก.ต่อวัน คนที่ขาดวิตามินซี หรือ เป็นโรคเลือดออกตามไรฟัน คนที่เป็นโรคโลหิตจางชนิดขาดธาตุเหล็ก คนที่สูบบุหรี่ คนที่นอนดึกเป็นประจำ พักผ่อนไม่เพียงพอ สตรีมีครรภ์ สตรีให้นมบุตร

เลือกวิตามินซีขนาดที่เหมาะสมกับตัวเอง และเลือกแบ่งรับประทานครั้งละน้อย ๆ ต่อเนื่องตลอดทั้งวัน ให้ได้ขนาดที่ร่างกายตัวเองต้องการต่อวัน โดยการรับประทานหลังอาหารและดื่มน้ำตามมาก ๆ งดการทานก่อนนอนเด็ดขาด

เลือกวิตามินซีในรูปอาหารเสริมที่มีการบรรจุในขวดที่กันแสงแดด เนื่องจากวิตามินซีนั้นสลายตัวง่ายเมื่อโดนความร้อน ความชื้น และแสง

พึงระลึกไว้เสมอว่าวิตามินซีก็คือวิตามินซี ฉลาดในการเลือกซื้อ การได้ของดีราคาประหยัดไม่ใช่เรื่องยากหากใช้วิจารณญาณในการเลือกบริโภค

 

 

แก้ไขล่าสุด : 09/04/2011
    ร่วมแสดงความคิดเห็น
    ชื่อของคุณ : *
    อีเมล์ของคุณ : *
    รายละเอียด : *
    หมายเหตุ : กรุณากรอกข้อมูลที่มี * ทุกช่อง
    Validation Code :

    *